ตรวจสอบโดย พญ.พิมพกานต์ ตันติธรรมวงศ์ — M.D., Aesthetic Specialist, 15 Years of Experience
อัปเดตล่าสุด: เมษายน 2569
สรุปสั้นๆ: HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงไปกระตุ้นชั้น SMAS ของผิวหน้า ช่วยยกกระชับ ลดเหนียง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลภายใน 4–12 สัปดาห์ ผลอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน เหมาะกับคนที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อายุ 30 ปีขึ้นไป
- HIFU กระตุ้นชั้น SMAS เหมือน facelift แบบผ่าตัด แต่ไม่มีแผล
- ช่วยได้จริง: ยกกระชับ ลดเหนียง ลดริ้วรอย ยกหางตา
- เห็นผลเต็มที่ใน 4–12 สัปดาห์ ไม่ใช่ทันทีหลังทำ
- ไม่เหมาะกับคนที่หย่อนคล้อยมากหรืออายุน้อยกว่า 25 ปี
- ราคาที่ Siam Clinic เริ่มต้นตามจำนวน shots ที่ใช้จริง
หมอได้ยินคำถามนี้แทบทุกวันในคลินิก — “HIFU ช่วยอะไรได้บ้างค่ะ?” และหลายครั้งที่คนถามมาพร้อมกับความสงสัยว่ามันจะได้ผลจริงๆ หรือเป็นแค่การตลาด หมอเข้าใจค่ะ เพราะ HIFU ถูกโฆษณาไว้หลากหลายมาก บางที่บอกว่ายกหน้าได้เหมือนผ่าตัด บางที่บอกว่าเห็นผลทันที
บทความนี้หมอจะอธิบายตรงๆ ว่า HIFU ทำอะไรได้จริง ทำอะไรไม่ได้ และใครที่เหมาะจะทำ — ไม่มีการขาย แค่ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
HIFU ทำงานยังไง — อธิบายให้เข้าใจใน 2 นาที
ลองนึกภาพว่าใบหน้าเราเหมือนบ้านที่มีโครงเหล็กรองรับอยู่ข้างใน โครงเหล็กนั้นในทางการแพทย์เรียกว่าชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) — เป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่ “ค้ำ” โครงสร้างหน้าไว้
เมื่ออายุมากขึ้น โครงเหล็กนี้เริ่มคลายตัว ผิวด้านบนก็เลยหย่อนลงตามค่ะ — นี่คือต้นเหตุของเหนียง กรอบหน้าที่ไม่ชัด และผิวที่ดูหมองลง
HIFU ส่งคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงไปยังชั้น SMAS โดยตรง โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ความร้อนที่เกิดขึ้นในจุดเล็กๆ ระดับ 60–70 องศาเซลเซียสจะกระตุ้นให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซม — สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ชั้น SMAS กระชับขึ้นจากด้านใน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผลถึงไม่เห็นทันทีค่ะ เพราะมันคือ collagen remodeling ที่ร่างกายค่อยๆ สร้างขึ้นเองใน 4–12 สัปดาห์ ไม่ใช่การ “ยกขึ้นแล้วล็อค” เหมือนการผ่าตัด
HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง — และอะไรที่ทำไม่ได้

สิ่งที่ HIFU ช่วยได้จริง
หมอจะพูดตรงๆ ว่า HIFU เหมาะกับปัญหาเหล่านี้ค่ะ:
- ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ในระดับ mild ถึง moderate laxity — คนที่รู้สึกว่าผิวเริ่ม “ไม่อยู่ที่” แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด
- ลดเหนียงและทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณขากรรไกรและใต้คาง
- ยกหางตา คิ้ว และแก้หนังตาตกในระดับเล็กน้อย ซึ่งทำให้ดูตื่นตาขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดเปลือกตา
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้นในระยะยาว
- ลดริ้วรอยบนหน้าผากและลำคอ ที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อย ไม่ใช่จากกล้ามเนื้อหดตัว
สิ่งที่ HIFU ทำไม่ได้ (ต้องพูดตรงๆ)
นี่คือส่วนที่หมออยากให้อ่านให้ครบค่ะ เพราะหลายคนมาด้วยความคาดหวังที่เกินจริง:
- ไม่สามารถลดไขมันได้ในปริมาณมาก — HIFU ไม่ใช่ fat reduction treatment ถ้าอยากลดไขมันใต้คางหรือลำตัว ต้องใช้วิธีอื่นเช่น CoolSculpting หรือ lipolytic
- ไม่เหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยมากมาก (severe laxity) — ถ้าผิวหย่อนในระดับที่ HIFU ให้ผลได้ไม่เพียงพอ การผ่าตัด facelift หรือวิธีที่ invasive กว่าจะให้ผลดีกว่าค่ะ
- ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหน้าหรือเพิ่มปริมาตร — ถ้าอยากให้แก้มมีปริมาตร หรืออยากเปลี่ยนโครงหน้า ต้องใช้ filler หรือวิธีอื่น
- ผลไม่ถาวร — ต้องทำซ้ำ ไม่มีหัตถการใดที่หยุดการแก่ตัวได้ถาวร
ใครเหมาะกับ HIFU — และใครที่หมอจะบอกว่ายังไม่ต้องทำ
ถ้าคุณเดินเข้ามาในคลินิก หมอจะดูสิ่งเหล่านี้ก่อนเสมอค่ะ
คนที่เหมาะกับ HIFU: อายุประมาณ 30–55 ปี ผิวเริ่มหย่อนในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อยากได้ผลยกกระชับโดยไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องการเข้าห้องผ่าตัด และพร้อมรอผลที่เห็นชัดใน 4–12 สัปดาห์ — กลุ่มนี้ HIFU ให้ผลดีมากค่ะ
คนที่หมอจะ push back: ถ้าอายุต่ำกว่า 25 ปีและผิวยังแน่นดีอยู่ การทำ HIFU ไม่คุ้มค่าเพราะ collagen ยังดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้น ถ้าผิวหย่อนคล้อยมากจนต้องใช้วิธีที่รุกรานกว่า HIFU จะให้ผลน้อยเกินไปและไม่คุ้มเงิน นอกจากนี้ คนที่มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ ตั้งครรภ์ หรือมีแผลเปิด/อักเสบเฉียบพลัน ไม่ควรทำ HIFU ในช่วงนั้น
สิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดคือ สภาพผิวจริงๆ มักสำคัญกว่าตัวเลขอายุค่ะ คนอายุ 35 ที่ผิวหย่อนมาก อาจไม่ได้ผลดีเท่าคนอายุ 45 ที่ผิวหย่อนน้อยกว่า การประเมินในคลินิกจึงสำคัญมาก
ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวัง — ตั้งแต่วันแรกถึงเดือนที่สาม
หมออยากให้รู้ timeline นี้ก่อนทำค่ะ เพราะหลายคนผิดหวังเพราะไม่รู้ว่าต้องรอ:
- ทันทีหลังทำ: ผิวอาจตึงขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 10–20% ของผลทั้งหมด บางคนสังเกตเห็น บางคนไม่รู้สึก
- สัปดาห์ที่ 4–6: เริ่มเห็นผลชัดขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้น ผิวแน่นขึ้น
- เดือนที่ 2–3: ผลเต็มที่ — นี่คือจุดที่ควรถ่ายรูปเปรียบเทียบค่ะ
- หลังจากนั้น: ผลอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และ lifestyle เช่น การโดนแดดสม่ำเสมอหรือการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่แนะนำทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง
หมอบอกตรงๆ ว่าไม่มีผลลัพธ์ใดที่ถาวรค่ะ แต่ข้อดีของ HIFU คือช่วงพักฟื้นสั้นมาก — ผิวอาจแดงหรือบวมเล็กน้อย 1–2 วัน แล้วกลับทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้ทันที
HIFU ที่ Siam Clinic: เครื่องที่เลือกและเหตุผลทางคลินิก
สิ่งที่ทำให้ HIFU แต่ละเครื่องให้ผลต่างกันหลักๆ คือ ความลึกของ shots ค่ะ บางเครื่องเข้าถึงแค่ชั้นผิวตื้น บางเครื่องเข้าถึงชั้น SMAS ที่ลึกกว่า ซึ่งเป็นชั้นที่สำคัญสำหรับการยกกระชับจริงๆ
ที่ Siam Clinic หมอเลือกใช้ XERF และ Altra Smas Dual HIFU ด้วยเหตุผลทางคลินิกค่ะ XERF ให้ multi-depth treatment ในครั้งเดียว — เหมาะกับผู้ที่มีทั้ง surface laxity และ deep SMAS laxity พร้อมกัน โดยไม่ต้องนัดหลายครั้ง ส่วน Altra Smas Dual HIFU ให้ผล SMAS lifting ที่แม่นยำสูง เหมาะกับบริเวณที่ต้องการ precision เช่น รอบดวงตาและขากรรไกร การเลือกเครื่องขึ้นกับ depth target และ coverage ที่หมอประเมินจากสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ใช่เลือกตาม package ราคา
ราคา HIFU ที่ Siam Clinic (อัปเดตเมษายน 2569)
HIFU ที่ Siam Clinic มีราคาเริ่มต้นตามจำนวน shots และบริเวณที่ทำ — 300 shots สำหรับพื้นที่เล็ก, 600 shots สำหรับทั้งหน้า, และ 1,000 shots ขึ้นไปสำหรับหน้า + คอรวมกัน
สิ่งที่หมออยากให้เข้าใจก่อนดูราคาคือ จำนวน shots ที่เหมาะกับคุณขึ้นกับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการรักษา — ไม่ใช่ยิ่งมาก shots ยิ่งดีเสมอไป การยิง shots มากเกินไปในพื้นที่เดิมอาจทำให้เนื้อเยื่อรับความร้อนสะสมมากเกินไป หมอแนะนำให้ปรึกษาก่อนเพื่อประเมิน coverage ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณจริงๆ ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
HIFU กับร้อยไหม ต่างกันยังไง ควรเลือกอะไร?
HIFU กระตุ้นคอลลาเจนจากภายในด้วยคลื่นความร้อน ผลค่อยๆ เห็นใน 4–12 สัปดาห์ เหมาะกับผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยไหม ยกกระชับด้วยแรงดึงทางกายภาพ ผลเห็นเร็วกว่าเพราะไหมพยุงผิวขึ้นทันที แต่เป็นหัตถการที่ invasive กว่าเล็กน้อย บางคนทำควบคู่กันได้ผลดี โดยใช้ไหมสำหรับผลระยะสั้นและ HIFU สำหรับกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ควรให้หมอประเมินว่าปัญหาหลักของคุณคืออะไรก่อนค่ะ
HIFU เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานไหมหลังทำ?
ระหว่างทำจะรู้สึกร้อนหรือแสบในชั้นผิวลึก บางคนเจ็บปานกลาง บางคนแทบไม่รู้สึก ขึ้นกับ depth ของ shots และ sensitivity ของผิวแต่ละคน หลังทำผิวอาจแดงหรือบวมเล็กน้อย 1–2 วัน แต่ไม่ต้องพักฟื้น กลับทำงานได้ทันที — นี่คือข้อดีหลักของ HIFU เทียบกับการผ่าตัดค่ะ บางคนนัดทำตอนบ่ายแล้วออกไปทานข้าวเย็นได้ปกติ
HIFU อยู่ได้กี่เดือน ต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และ lifestyle เช่น การโดนแดดสม่ำเสมอและการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่หมอแนะนำทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง แต่บางคนที่ผิวตอบสนองดีอาจนานกว่านั้น สิ่งที่หมออยากให้เข้าใจคือไม่มีผลลัพธ์ใดที่ถาวรค่ะ การดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เช่น กันแดดและการรักษาความชุ่มชื้น มีผลต่อความทนทานของผล HIFU มากกว่าที่หลายคนคิด
HIFU กี่ shots ถึงจะเห็นผล ยิ่งมาก shots ยิ่งดีขึ้นจริงไหม?
ไม่ใช่เสมอไปค่ะ จำนวน shots ที่เหมาะสมขึ้นกับบริเวณที่ทำและสภาพผิว การยิง shots มากเกินไปในพื้นที่เดิมอาจทำให้เนื้อเยื่อรับความร้อนสะสมมากเกินไป ซึ่งไม่ได้ให้ผลดีกว่าแต่อาจเพิ่มความเสี่ยงแทน หมอแนะนำให้ประเมิน coverage ที่เหมาะก่อนทำ ไม่ใช่เลือกจาก “package shots” ตามราคา
ทำ HIFU ตอนอายุเท่าไหร่ถึงเหมาะที่สุด?
โดยทั่วไปเหมาะกับคนอายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย ถ้าอายุน้อยกว่า 25 ปีและผิวยังแน่นดีอยู่ การทำ HIFU มักไม่ให้ผลที่คุ้มค่า เพราะ collagen ยังดีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกระตุ้นมากนัก อย่างไรก็ตาม ไม่มีอายุที่ตายตัวค่ะ — สภาพผิวจริงๆ สำคัญกว่าตัวเลขอายุ คนอายุ 28 ที่ผิวหย่อนชัดอาจได้ประโยชน์กว่าคนอายุ 35 ที่ผิวยังดีอยู่
HIFU ทำร่วมกับการลดเลือนริ้วรอยหรือฟิลเลอร์ได้ไหม?
ได้ค่ะ แต่มีลำดับและระยะเวลาที่แนะนำ ถ้าทำ HIFU และการลดเลือนริ้วรอยหรือฟิลเลอร์ในวันเดียวกัน ควรทำ HIFU ก่อนแล้วตามด้วย filler เพราะคลื่นความร้อนจาก HIFU อาจทำให้ filler กระจายตัวได้ถ้าทำก่อน หรือรอ 2–4 สัปดาห์ระหว่าง 2 หัตถการก็ได้ผลดีเช่นกัน หมอจะวางแผน combination ให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ
ใครที่ไม่ควรทำ HIFU?
ไม่ควรทำถ้า: มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ (implants, pacemaker) / ตั้งครรภ์ / มีแผลเปิดหรือการอักเสบเฉียบพลันในบริเวณนั้น / มีโรคผิวหนังเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการรักษา / ผิวหย่อนคล้อยในระดับมากมายที่ต้องใช้วิธีที่รุกรานกว่า หมอจะประเมินทุกครั้งก่อนทำเสมอค่ะ และถ้าหมอเห็นว่าคุณไม่เหมาะ หมอจะบอกตรงๆ พร้อมแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะกว่า
บริการที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบทความนี้ หมอพูดถึงสองบริการหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรง
HIFU — XERF และ Altra Smas Dual HIFU: ที่ Siam Clinic หมอเลือกใช้ทั้งสองเครื่องนี้เพราะให้ผลต่างกันขึ้นกับ depth ที่ต้องการค่ะ XERF ให้ multi-depth treatment ในครั้งเดียว เหมาะกับผู้ที่มีทั้ง surface laxity และ deep SMAS laxity พร้อมกัน ส่วน Altra Smas Dual HIFU ให้ความแม่นยำสูงสำหรับบริเวณที่ต้องการ precision สูง การเลือกเครื่องที่เหมาะไม่ใช่เรื่องของ “เครื่องไหนดีกว่า” แต่คือเครื่องไหนเหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของคุณค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการ HIFU
ร้อยไหม (Thread Lifting): สำหรับคนที่อยากได้ผลยกกระชับเร็วกว่า HIFU หรือมี laxity ในระดับที่ HIFU อย่างเดียวไม่เพียงพอ ร้อยไหมเป็นตัวเลือกเสริมที่ดีค่ะ หลายคนทำ HIFU + ร้อยไหมควบคู่กัน โดยใช้ไหมให้ผลระยะสั้นที่เห็นเร็ว และ HIFU เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว — เป็น combination ที่หมอแนะนำบ่อยสำหรับคนที่ต้องการผลที่ครอบคลุมทั้งสองมิติ
ถ้าอยากรู้ว่าสภาพผิวของคุณเหมาะกับ HIFU ไหม จำนวน shots ที่เหมาะ หรือควรทำ HIFU อย่างเดียวหรือร่วมกับวิธีอื่น ปรึกษาหมอเพื่อประเมินสภาพผิวและแนะนำ shots ที่เหมาะกับคุณ ได้เลยค่ะ — ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา และหมอจะไม่แนะนำสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องทำ
📚 อ้างอิงและหลักฐานทางคลินิก (สำหรับผู้สนใจ)
-
Fabi SG. Noninvasive skin tightening: focus on new ultrasound techniques. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2015;8:47–52. doi:10.2147/CCID.S69118
-
Suh DH, Shin MK, Lee SJ, et al. Intense focused ultrasound tightening in Asian skin: clinical and pathologic results. Dermatologic Surgery. 2011;37(11):1595–1602.
-
American Society of Plastic Surgeons (ASPS). Ultherapy/HIFU — procedure overview. พบได้ที่เว็บไซต์ ASPS (plasticsurgery.org)
-
Chan NP, Shek SY, Yu CS, Ho SG, Yeung CK, Chan HH. Safety study of transcutaneous focused ultrasound for non-invasive skin tightening in Asians. Lasers in Surgery and Medicine. 2011;43(5):366–375.
-
Alam M, White LE, Martin N, et al. Ultrasound tightening of facial and neck skin: a rater-blinded prospective cohort study. Journal of the American Academy of Dermatology. 2010;62(2):262–269.
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การตัดสินใจรักษาควรทำหลังจากปรึกษาแพทย์ที่ตรวจร่างกายคุณแล้ว ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล Siam Clinic ให้บริการหัตถการที่กล่าวถึงในบทความนี้


